 |
|
หน้าแรก กลุ่มสินค้า ลดรอยแดง-ดำ ลดการเกิดสิวอุดตัน Mandelic Acid 30% ขนาด 10ml. |
|
ทุกคำถามมีคำตอบ |
|
|

ทะเบียนพาณิชย์เลขที่
3100902267683 |
|
ลดรอยแดง-ดำ ลดการเกิดสิวอุดตัน Mandelic Acid 30% ขนาด 10ml.
|
Mandelic Acid 30% ขนาด 10ml.
|
|
ราคาต่อหน่วย (piece):
฿500
|
|
ประโยชน์ของ Mandelic Acid 30%
-เพิ่มความเร็วในการทำลายโปรตีนหรือที่เราเรียกกันว่าผังผืดที่เกาะบริเวณหลุมสิวให้หลุดออกไปเร็วขึ้น ทำให้หลุมสิวตื้นเร็วขึ้นเมื่อใช้คู่กับ Super CP Serum หรือ Super Cop2X -รอยแดง - ดำจากสิวจางเร็วขึ้น เนื่องจาก Mandelic Acid เป็นหนึ่งใน Tyrosinase inhibitor ซึ่งมีประสิทธิภาพในการตัดการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ที่ต้นตอที่ทำให้เกิดรอยดำ รวมทั้งฝ้า กระ(สำหรับคนที่ต้องการให้รอยแดง-ดำจากสิวจางเร็วขึ้นควรพยายามหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดเพราะแดดจะกระตุ้นให้การสร้างเม็ดสีเพิ่มมากขึ้น) -มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ซึ่ง Mandelic Acid 30% จะเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่าตัว 10% ถึง 3 เท่า -เพิ่มประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวเร็วขึ้น ช่วยให้หน้าขาวใส รอยแดง-ดำจางเร็วขึ้นจากการผลัดเซลล์ผิวออกไป(รอยแดง-ดำจากสิวคือผลจากการที่ผิวถูกรบกวนจากสิว ทำให้กิดการผลิตเมลานินบริเวณนั้นมากขึ้นกว่าปกติ แต่สามารถผลัดออกไปได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว) ลดการอุดตันรูขุมขน ทำให้ลดการเกิดสิวได้มากขึ้น
ขนาด 10 ml.
ความแตกต่างของ Mandelic Acid กับ Glycolic Acid
โมเลกุล Mandelic Acid:
- มีค่าความคงตัวของเคมีที่เสถียร (pK 3.41) มากกว่า Glycolic Acid (pK 3.83) ที่ 25°C - มีขนาดใหญ่ (C8) กว่าโมเลกุลของ Glycolic Acid (C2) - มีคุณสมบัติต้านเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรีย - ถูกดูดซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนังกำพร้าอย่างช้า ๆ และดูดซึมได้มากกว่า Glycolic Acid - ไม่รบกวนกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว - ไม่ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวและรอยดำ, การสร้างเม็ดสีผิวมากเกินไป -
ช่วยฟื้นฟูผิวได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนในกรณีของผู้ที่เป็นฝ้า,
รอยแดง-ดำหลังการอักเสบ การสร้างเม็ดสีผิวมากเกินไปและจุดด่างดำบนผิวหนัง - ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือผื่นแดง ซึ่งมักพบได้ในการใช้ Glycolic Acid 30-70% - การใช้ Mandelic Acid ในการผลัดเซลล์ผิวนั้น ไม่ก่อให้เกิดผื่นแดง, สะเก็ดผิว หรือผิวบวมพุพอง - ให้ผลปลอดภัยในผู้ที่มีผิวคล้ำ เมื่อเทียบกับการใช้ Glycolic Acid และ Tretinoin
ทำไมการใช้ Mandelic Acid เพื่อรักษาผิวจึงเป็นที่น่าสนใจ?
Methenamin นั้นไม่เป็นพิษ
- หากกลืนกินเข้าไป จะถูกดูดซึมและขับออกทางปัสสาวะ - ใช้ปฏิกิริยาย่อยสลายโดยใช้น้ำ ระดับการฆ่าเชื้อแบคทีเรียจาก methenamin จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วไปถึง pH 5.0-5.5
Mandelic
Acid นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่ให้ผลดีและมีโครงสร้างโมเลกุลใหญ่
แต่ให้ผลในการแทรกซึมสู่ผิวได้เท่าๆกับ Glycolic Acid
- ช่วยป้องกันการอักเสบ และการระคายเคืองที่มักพบว่าเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวตัวอื่น ๆ ในกลุ่ม AHAs
Mandelic Acid (โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ความเข้มข้น 30% และ 45%)
- ช่วยเร่งกระบวนการสร้างเซลล์ผิวให้กลับสู่สภาพปกติ - ช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน - ช่วยฟื้นฟูไฟเบอร์อิลาสตินในชั้นหนังแท้ - ให้ชีวิตใหม่กับผิวบอบบางแพ้ง่าย
การ
เปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนั้นเป็นสาเหตุแรกของปัญหาการสร้างเม็ดสีผิวมากเกินไป
ทำให้ผิวคล้ำขึ้น ในผู้ที่มีผิวคล้ำ ไม่ว่าจะเกิดจากการตั้งครรภ์
การรับประทานยาคุมกำเนิด
หรือการรับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจนในช่วงหมดประจำเดือน กระบวนการก่อตัว
ของเม็ดสีผิวนั้นเริ่มขึ้นที่เซลล์ผิวชั้นลึก
ที่ที่พันธุกรรมสร้างเอนไซม์ที่ชื่อว่า Tyrosinase หลังจากนั้น
เคมีก็จะเริ่มตกลง Tyrosinase ก็จะเปลี่ยน Tyrosine ให้เป็น dopa
ซึ่งจะเปลี่ยนเป็น dopaquinone (ตัวชักนำให้เกิดการสังเคราะห์ melanin)
และ dopaquinone ก็จะสร้างทั้งเม็ดสีน้ำตาล-ดำ ที่เรียกว่า “eumelanin”
หรือ สีเหลือง-แดง ที่เรียกว่า “pheomelani”
เม็ดสีเมลานินทั้งสองชนิดนี้เกิดขึ้นเป็นส่วนเล็ก ๆ
ภายในโครงสร้างที่เรียกว่า melanosomes
ซึ่งจะถูกส่งต่อไปยังเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าที่อยู่ด้านบนสุด การสังเกต
การณ์แสดงให้เห็นว่า การใช้ Mandelic Acid เพื่อการดูแลผิวนั้น
จะช่วยปรับสภาพผิวที่มีการผลิตเม็ดสีมากเกินไป และเราเริ่มที่จะใช้
Mandelic Acid ในการรักษาฝ้า
กลไกการออกฤทธิ์ในการลดการสร้างเม็ดสีนั้นยังไม่แน่ชัดนัก
แต่สันนิษฐานว่าจะไปรบกวนการทำงานของ tyrosinase ซึ่งคล้ายกันกับ Ascorbic
Acid
- Summary of Mandelic Acid 1
- Summary of Mandelic Acid 2
- Summary of Mandelic Acid 3
การดูแลผิวก่อนการใช้ Mandelic 30 ทั่วหน้า
แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดก่อนใช้ Mandelic 30% แบบทั่วหน้า 1 สัปดาห์เป็นอย่างน้อยและไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวอยู่
เกณฑ์ในการผลัดเซลล์ผิว
ตามปกติแล้ว ความถี่ในการใช้ Mandelic 30% ทั่วหน้านี้จะอยู่ที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ต่อหนึ่งครั้ง ระยะเวลาในการทำแต่ละครั้งก็ขึ้นอยู่กับความถี่ในการทำด้วย หากทำบ่อย ๆ ไม่ควรทิ้งระยะในแต่ละครั้งนานไป ปกติแล้วจะอยู่ที่ 5 นาที
สิ่งที่ได้จากการใช้ mandelic 30% ทั่วหน้า
- ช่วยให้ผิวกลับคืนสู่สภาพสดใส ด้วยการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนสุด ซึ่งเป็นผิวเก่าที่ตายแล้ว หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์นี้แล้ว ผิวจึงดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้น และผิวดูมีสุขภาพดีขึ้น
- ลดริ้วรอยบาง ๆ บนผิวหน้า และรอยตีนกา
- ช่วยทำให้ผิวที่คล้ำ หรือผิวบริเวณที่หมองคล้ำง่าย หรือตกกระที่เกิดจากวัย แลดูกระจ่างขึ้นและสีผิวดูสม่ำเสมอ
- ช่วยให้โครงสร้างผิวเรียบเนียน และนุ่ม
- ช่วยลดการเกิดสิวอุดตัน ซึ่งมักเกิดในผู้ที่มีผิวมัน, ผิวเป็นสิวง่าย และผิวที่มีปัญหาอื่น ๆ
- ลดรอยแดง-ดำ และรอยแผลจากสิว
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
การใช้ mandelic 30% ทั่วหน้า คือการทาผลิตภัณฑ์ทิ้งไว้บนผิวหน้าเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยปกติแล้วจะทิ้งไว้ตั้งแต่ 1-10 นาที เพื่อผิวพรรณที่สดใส มีชีวิตชีวา
ขั้นตอนที่ 1 ล้างทำความสะอาดผิวหน้าเหมือนปกติที่ทำ
ขั้นตอนที่ 2 ใช้สำลีก้อน หรือผ้าชุบ Mandelic 30% ทาให้ทั่วผิวบริเวณที่ต้องการ ควรใช้เวลาในการทาไม่เกิน 30 วินาที แล้วทิ้งเอาไว้ตามระยะเวลาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน (1-10นาที ให้ลองเริ่มจากทิ้งไว้น้อยๆก่อน)
ขั้นตอนที่ 3 เมื่อทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ควรประคบเย็นเพื่อปรับสภาพผิวให้เป็นกลางด้วยสำลีหรือผ้าชุบน้ำเย็นจัด
ขั้นตอนที่ 4 ล้างบริเวณที่ทา mandelic 30% ออกด้วยน้ำเย็นแล้วซับให้แห้ง
ขั้นตอนที่ 5 ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเช่นน้ำมันอีมูหรือครีมบำรุงอื่น โดยนวดเบาๆให้ซึมลงผิว หลังการใช้ Mandelic 30% ทั่วหน้าแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลาอย่างน้อย 72 ชั่วโมง แต่สามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ตามปกติ
ระหว่างการใช้ อาจมีความรู้สึกอุ่นที่ผิวนิดหน่อย แต่อาการดังกล่าวจะเป็นเพียงชั่วเวลาไม่นาน นั่นเป็นคุณสมบัติอันโดดเด่นของ Marine complex formulation โดยจะทำให้ mandelic มีความเป็นกลางหลังทำทรีทเม้นต์เสร็จแล้ว ในบางคนอาจพบว่ามีอาการผิวแดงเล็กน้อยที่ผิวหน้า หลังจากนั้นก็จะหายไป และคุณจะรู้สึกได้ถึงผิวใหม่ที่ นุ่มและสดใสกว่าเดิม
คำแนะนำ
- ภายใน 72 ชั่วโมงหลังการใช้ Mandelic 30% ทั่วหน้า แนะนำให้ใช้แต่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า น้ำมันอีมูหรือครีมบำรุงทั่วไปและครีมกันแดดเท่านั้น เพื่อป้องกันการรบกวนผิวและให้ผิวใหม่แข็งแรง หลังจาก 72 ชั่วโมงไปแล้วจึงกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ปกติที่เราใช้
- หลังการทำควรทิ้งระยะห่างอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนการใช้ผลิตภัณฑ์แต่งหน้า
|
|
|
|
รีวิวจากลูกค้า:panitta uhtisan (Monday, 30 August 2010) Rating:  รู้สึกว่ารอยแดง ดำ ค่อยๆ เนียนขึ้นrnและเล็กลง
และผิวดูดีขึ้น รอยแดง ดำใหม่ก็ไม่มี
Matsee Chimmatcha (Thursday, 26 August 2010) Rating:  ตัวนี้ OK มากนะคะ คือ เมื่อก่อนไม่ได้เป็นคนที่เป็นสิว
แต่พอเป็นก็เป็นซะแฟะเลยอ่ะ (คือเม็ดโตๆ)
แล้วพอสิวยุบก็เป็นรอยดำวงใหญ่ตามขนาดสิว ดูไม่ดี
ตัวนี้จะช่วยมากเรื่องรอยแผลจากสิว
ครั้งแรกเริ่มใช้จากตัวทดลองขวดเล็กๆ
ตอนนี้เลยมั่นใจซื้อขนาดใหญ่คะ
ลองดูกันนะคะถ้าใครมีปัญหารอยสิว OK มากคะ
saranya (Friday, 13 August 2010) Rating:  ใช้มา 5 เดือนแล้ว (พร้อมกับ Super CP Serum)rnrnครั้งแรก - เริ่มใช้ ปี
52 ใช้ไปประมาณ 3 เดือน (ผลลัพธ์ดูได้จากรีวิวลูกค้า
คนสุดท้ายได้เลยจ้า ชื่อ "นิ")rnrnครั้งล่าสุด -
เริ่มใช้ 24 มิ.ย.-ปัจจุบัน ผลที่ได้น่าพอใจเหมือนเดิม
นิจะเน้นรักษารอยดำอย่างมากเพราะมือบอนชอบแกะสิว
หน้าเลยมีแต่รอยดำเต็มไปหมดrnrnอยากจะบอกว่าตั้งแต่ตะล
ยใช้ผลิตภัณฑ์รักษารอยดำมาเยอะแยกมากมายไม่มีตัวไหน
ี่เห็นผลชัดเจนเท่า Mandalic Acid 30% อีกแล้ว
เพราะรอยดำเริ่มจางใน 2-3 อาทิตย์แรกเลย
นิว่าตัวนี้ดีกว่ายาลดรอยดำของบางคลินิกซะอีก
แถมถูกกว่าไปทำเลเซอร์อีกด้วย (เลเซอร์หลักพัน
ตัวนี้หลักร้อย)
เลยอยากแนะนำให้คนที่กำลังตัดสินใจอยู่
ใช้เลยค่ะไม่ผิดหวังแน่นอน ขวดนึงใช้ได้น้าน...นาน
ที่สำคัญใช้แล้วไม่แพ้ด้วย
อันนี้คนผิวแพ้ง่ายอย่างนิ คอนเฟิร์ม...!!rnrnrnrn
สุริยาวดี สกุณี (Friday, 06 August 2010) Rating:  เพิ่งเริ่มใช้เอง
ก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าเนียนเรียบขึ้นมากๆ
หน้าไม่มันด้วยค่ะ พวกหลุมสิว
รอยดำแดงก็เริ่มจางลงนิดๆ แล้ว ชอบมากๆเลยค่ะตัวนี้
เดี๋ยวจะแนะนำให้เพื่อนทดลองใช้ด้วยย ขอบคุณมากนะคะ
:))rn
ปรียานุช ขวัญคุ้ม (Tuesday, 15 June 2010) Rating:  ชอบที่ทาปุ๊บมันซึมลงผิวเรยค่ะrnรู้สึกว่าหน้าดูเนียน
ขึ้นแต่รอยสิวยังไม่ค่อยจางลงrnหลุมสิวก็ยังไม่เห็นผ
ค่ะrnคงต้องรอดูต่อrnใช้มาสามอาทิตย์แล้วค่ะ
More... |
|
You may also be interested in this/these product(s):
|
|
|
|
|
|
|